ซัดกันดุเดือด ปมดาราสาว “ออม สุชาร์” ถูกโยงว่าฮุบกิจการมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท กลายเป็นเรื่องร้อนที่สังคมจับตามอง เมื่ออดีตหุ้นส่วน “พริม-ณัฐชา” จับมือ “ศสา” อดีตผู้จัดการ ออกมาเปิดใจโต้กลับ ขณะที่เรื่องทั้งหมดกำลังเข้าสู่กระบวนการศาล
ฝั่ง “ออม สุชาร์” ยืนยันไม่เคยโกง
กระแสเริ่มแรงขึ้นเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าดาราสาวมีพฤติกรรมยึดกิจการร่วมทุนมูลค่าร้อยล้าน แต่ “สาวออม” ออกโรงชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่าในชีวิตนี้ไม่เคยโกงใคร ไม่เคยเอาเปรียบ และไม่เคยมีปัญหากับใคร เธอยืนยันจะต่อสู้ด้วยหลักฐานในชั้นศาล และขอให้แฟน ๆ สบายใจ

ด้านผู้จัดการส่วนตัวของออมก็โพสต์สนับสนุน โดยบอกว่าไม่เคยมีทางที่ออมจะฮุบกิจการได้ เพราะตั้งแต่เริ่มต้นทำแบรนด์ ดาราสาวเป็นคนทุ่มเทเต็มที่ ทั้งโปรโมต ไลฟ์ขายของแทบทุกวัน และปฏิเสธงานอื่น ๆ เพื่อลุยธุรกิจนี้โดยเฉพาะ ก่อนทิ้งท้ายด้วยข้อความชวนสงสัยว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น
ฝั่ง “พริม-ณัฐชา” และ “ศสา” ออกมาแฉ
อีกด้านหนึ่ง อดีตหุ้นส่วน “พริม-ณัฐชา ชุณหะ” และ “ศสา” อดีตผู้จัดการ ได้ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแส เผยที่มาของความขัดแย้งว่ามีปัญหาจากเรื่องการบริหารและสัดส่วนหุ้น
- เริ่มแรก พริมและออมถือหุ้นเท่ากัน ส่วนศสามีหุ้น 4%
- ต่อมา ออมขอซื้อหุ้นของศสา โดยทำสัญญาว่าต้องเก็บเป็นความลับ หากผิดสัญญาจะถูกปรับ 5 แสนบาท
- หลังจากนั้นออมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และพริมถูกถอดจากตำแหน่งกรรมการ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผลประกอบการได้
- ออมพยายามขอซื้อหุ้นจากพริมในราคา 10 ล้านบาท แต่พริมต้องการให้มีการประเมินมูลค่าบริษัทอย่างโปร่งใส
เมื่อธุรกิจเริ่มทำกำไร ศสาจึงพยายามขอคืนหุ้น แต่ถูกปฏิเสธและถูกฟ้องกลับในข้อหาละเมิดสัญญาเก็บความลับ ศสาจึงฟ้องอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการซื้อหุ้นที่ไม่โปร่งใส โดยศาลนัดชี้สถานะในวันที่ 20 ตุลาคม 2568
ศึกในศาลและความคาดหวัง
ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายต่างมีคดีฟ้องร้องกันอยู่หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นไม่ถูกต้อง การฟ้องค้าขายแข่งขัน รวมถึงข้อหาการฉ้อฉลและปกปิดข้อเท็จจริง
พริมย้ำว่าต้องการให้ทุกอย่างจบด้วยการเจรจาและข้อสรุปที่ชัดเจนว่าใครควรเป็นเจ้าของกิจการอย่างแท้จริง ขณะที่ทางฝั่งออม เตรียมจะออกมาเปิดใจในรายการเดียวกันในวันที่ 19 กันยายน 2568
เรียกได้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความบาดหมางระหว่างเพื่อน แต่เป็นศึกทางธุรกิจที่มีเงินมหาศาลและชื่อเสียงมาเกี่ยวข้อง จึงไม่แปลกที่สังคมและแฟน ๆ ต่างจับตารอดูว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร และใครกันแน่ที่จะเป็นเจ้าของตัวจริงของกิจการมูลค่าร้อยล้านแห่งนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม : https://sanook.rsvp/
ทางเข้าเล่นศูนย์รวมความบันเทิง
แหล่งการวางเดิมพัน : https://play.arom168.vip/ref/2dqmo5gp3





