เกิดเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการแรงงานไทย หลังบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) ประกาศใช้มาตรการ ปิดงาน–งดจ้าง กับสมาชิกสหภาพแรงงานจำนวนมาก ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป หลังการเจรจาเรื่องโบนัสปี 2568 ยืดเยื้อและไม่สามารถหาข้อยุติได้ สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้็งใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรม และถูกจับตาจากสังคมอย่างกว้างขวาง
ไดกิ้นเดือด จุดเริ่มต้นความขัดแย้ง – โบนัสปีนี้ไม่ถูกใจแรงงาน
สหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีเปิดเผยว่า ความไม่พอใจเริ่มต้นจากข้อเสนอของบริษัทที่ให้
- โบนัส 5 เดือน
- เงินพิเศษ 12,000 บาท
- ปรับเงินเดือนประจำปี 2–3%
ซึ่งถูกมองว่า ต่ำกว่า ความคาดหวังเมื่อเทียบกับผลกำไรของบริษัทในปีที่ผ่านมา และต่ำกว่าระดับที่เคยได้รับในอดีต ทำให้เกิดการเจรจายืดเยื้อหลายรอบ โดยสหภาพยืนยันว่าได้ ลดข้อเรียกร้องลงแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาจุดตรงกลางกับบริษัทได้

บริษัทประกาศปิดงาน — พนักงานช็อก! รายได้หยุดทันที
จากการเจรจาไม่สำเร็จ บริษัทได้ออกหนังสือแจ้งสหภาพว่า จะใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ประกาศ ปิดงาน–งดจ้าง มีผลวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 08:00 น.
ส่งผลให้พนักงานสมาชิกสหภาพ มากกว่า 1,500 คน ต้องหยุดงานทันทีโดย ไม่ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการ ในช่วงเวลาดังกล่าว
กลายเป็นประเด็นที่แรงงานจำนวนมากมองว่าเป็น มาตรการรุนแรง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์จากหลายฝ่าย รวมถึงองค์กรแรงงานและนักวิชาการด้านสิทธิแรงงาน
สหภาพแรงงานโต้หนัก – ชี้บริษัทละเมิดสิทธิพื้นฐาน
กลุ่มแรงงานและตัวแทนสหภาพหลายแห่งออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยชี้ว่า
- การปิดงานอาจเป็น การจำกัดสิทธิการรวมตัวของพนักงาน
- เป็นการตอบโต้การเรียกร้องสิทธิที่ควรทำได้ตามกฎหมาย
- สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงทางรายได้ของครอบครัวแรงงานจำนวนมาก
สหภาพไดกิ้นประกาศชัดเจนว่า จะไม่ถอย และจะเดินหน้าเจรจาในรอบที่ 12 เพื่อหาข้อยุติ แม้มาตรการปิดงานจะสร้างแรงกดดันอย่างหนัก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ กรณีนี้อาจลุกลามเป็นบทเรียนใหญ่ของวงการแรงงานไทย
นักวิชาการแรงงานวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างบริษัทกับพนักงานเท่านั้น แต่สะท้อนภาพใหญ่ในอุตสาหกรรมว่า
- ผลกำไรบริษัทเพิ่มขึ้น แต่สวัสดิการแรงงานไม่ได้เติบโตตาม
- แรงงานไทยเริ่มตื่นตัวและกล้าที่จะเจรจามากขึ้น
- การปิดงานเป็นมาตรการขั้นสูงสุดที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทในระดับประเทศ
หลายฝ่ายจึงจับตาดูว่าการเจรจาในรอบต่อไปจะจบลงอย่างไร และบริษัทจะกลับมาเปิดงานอีกครั้งเมื่อใด
ขณะนี้ ข้อพิพาทยังคงค้างคา และยังไม่มีกำหนดว่าจะหาทางออกได้เมื่อใด
- พนักงานเสียรายได้
- บริษัทเสี่ยงต่อภาพลักษณ์
- การผลิตและส่งออกอาจได้รับผลกระทบหากปัญหายืดเยื้อ
ทำให้กรณีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน ข้อพิพาทแรงงานที่ใหญ่ที่สุดของปี 2568
ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไป
- ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งที่ 12
- บริษัทจะปรับข้อเสนอใหม่หรือไม่
- พนักงานจะกลับเข้าทำงานได้เมื่อใด
- ผลกระทบต่อการผลิตของโรงงานไดกิ้นในไทย
ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ sanook
ทางเข้า ศูนย์ความบันเทิงครบวงจร





