สรุป สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) กลับมาตึงเครียดและเกิดการปะทะด้วยอาวุธอย่างรุนแรงอีกครั้งในหลายจุด หลังจากว่างเว้นจากเหตุการณ์รุนแรงมานานกว่าทศวรรษ โดยมีสรุปสถานการณ์ดังนี้
1. สรุป สถานการณ์ชายแดน กับการปะทะล่าสุด (ธันวาคม 2568)
ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 เกิดการสู้รบตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 และ 2
- พื้นที่ปะทะหลัก: มีการรบกันอย่างหนักในเขตจังหวัด ศรีสะเกษ (บริเวณปราสาทพระวิหาร), สุรินทร์ (ปราสาทตาควาย-เนิน 350) และสระแก้ว (บ้านคลองแผง-บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.ตาพระยา)
- รูปแบบการโจมตี: ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนใหญ่และ จรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงใส่เป้าหมายทางทหารและพลเรือนไทย ฝ่ายไทยจึงใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้เพื่อระงับการยิงของฝ่ายตรงข้าม
- การควบคุมพื้นที่: ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กองกำลังบูรพา (ฝ่ายไทย) รายงานว่าสามารถสถาปนาที่มั่นและควบคุมพื้นที่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างบ้านคลองแผงและบ้านหนองหญ้าแก้วได้แล้ว

2. ลำดับเหตุการณ์สำคัญในปี 2568
ความขัดแย้งเริ่มก่อตัวและยกระดับขึ้นเป็นลำดับ ดังนี้:
- ต้นปี – พฤษภาคม 2568: เริ่มมีการยั่วยุ เช่น การรุกล้ำพื้นที่พิพาท การลักลอบวางทุ่นระเบิดในเขตไทย และเริ่มมีการปะทะเล็กน้อยครั้งแรกที่ ช่องบก และปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 28 พฤษภาคม
- มิถุนายน – กรกฎาคม 2568: กองทัพบกไทยประกาศจำกัดเวลาการเปิด-ปิดด่านชายแดน และห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านในบางจุดเพื่อความมั่นคง
- กรกฎาคม 2568: มีความพยายามเจรจาหยุดยิงที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีอาเซียนและมหาอำนาจช่วยไกล่เกลี่ย แต่สถานการณ์สงบเพียงชั่วคราว
- ธันวาคม 2568: สถานการณ์กลับมารุนแรงที่สุดในรอบหลายปี มีการประกาศเขตภัยพิบัติสงครามในบางอำเภอ และอพยพประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดนออกจากพื้นที่เสี่ยง
3. ประเด็นขัดแย้งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA): นอกจากการปะทะทางบก ยังมีประเด็นเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย (โดยเฉพาะบริเวณใกล้เกาะกูด) ซึ่งมีการถกเถียงเรื่องบันทึกความเข้าใจ MOU 44 และผลประโยชน์ด้านพลังงาน แต่รัฐบาลไทยยืนยันอธิปไตยเหนือเกาะกูดตามสนธิสัญญาเดิม
- สงครามข้อมูลข่าวสาร: ทั้งสองฝ่ายมีการตอบโต้กันผ่านสื่อและช่องทางต่างประเทศ โดยไทยยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎหมายสากลและป้องกันตนเอง ขณะที่กัมพูชามักอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายรุกรานก่อน
สรุปปัจจุบัน (ธันวาคม 2568)
สถานการณ์ในปัจจุบันยังถือว่า “ตึงเครียดระดับสูง” แม้ฝ่ายไทยจะสามารถคุมสถานการณ์ในพื้นที่สำคัญไว้ได้ แต่ยังคงมีเสียงปืนใหญ่และกระสุนวิถีโค้งตกในพื้นที่ชายแดนประปราย ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยังคงต้องอาศัยอยู่ในบังเกอร์หรือศูนย์อพยพ และด่านชายแดนส่วนใหญ่ถูกจำกัดการเข้าออกอย่างเข้มงวด
ติดตามข่าวเพิ่มเติม ได้ที่ Sanook





