ขอแสดงความเสียใจกับสถานการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่อย่างรุนแรงในปี 2568 ด้วยนะคะ จากการสืบค้นข้อมูล พบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำท่วมหาดใหญ่หนักเป็นพิเศษในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยที่มาบรรจบกันอย่างรุนแรง ดังนี้ค่ะ
สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 หนักเป็นพิเศษ
- ปริมาณฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์ (“ฝน 300 ปี”)
- ปรากฏการณ์ธรรมชาติรุนแรง การได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำ (ร่องฝน) และความชื้นจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย ประกอบกับปรากฏการณ์ ลานีญา ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณสะสมสูงมาก
- ตัวเลขวิกฤต มีรายงานปริมาณฝนที่ตกสูงสุดในพื้นที่ เช่น บริเวณเขาคอหงส์/นาหม่อม ที่มีฝนตกสูงถึง 365 มิลลิเมตร ในวันที่ 22 พ.ย. และปริมาณฝนสะสม 3 วัน (19–21 พ.ย.) สูงถึง 630 มม. ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าน้ำท่วมใหญ่ในปี 2543 และ 2553 และถูกเรียกว่าเป็นปริมาณฝนในรอบ 300 ปี ที่ระบบระบายน้ำและเขื่อนไม่สามารถรองรับได้ทัน (ทะลุขีดจำกัด)
- ปรากฏการณ์ธรรมชาติรุนแรง การได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำ (ร่องฝน) และความชื้นจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย ประกอบกับปรากฏการณ์ ลานีญา ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณสะสมสูงมาก
- สภาพภูมิประเทศที่ “รับน้ำจากทุกทิศ”
- พื้นที่ราบต่ำ อำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่ราบต่ำคล้ายแอ่งกระทะและอยู่บนเส้นทางที่รับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบ
- คลองอู่ตะเภาล้นตลิ่ง มวลน้ำจากเทือกเขาและพื้นที่ต่างๆ เช่น อ.สะเดา, อ.นาหม่อม, และเขาคอหงส์ ล้วนไหลลงสู่ คลองอู่ตะเภา ซึ่งไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ ก่อนลงสู่ทะเลสาบสงขลา เมื่อมีฝนตกหนักเกินกว่าที่คลองจะรับได้ ก็ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเมืองอย่างรวดเร็วและรุนแรง
- พื้นที่ราบต่ำ อำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่ราบต่ำคล้ายแอ่งกระทะและอยู่บนเส้นทางที่รับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบ
- ระบบระบายน้ำที่จำกัดและการขยายตัวของเมือง
- โครงสร้างเมืองเกินขีดจำกัด ระบบระบายน้ำเดิมถูกออกแบบมารับมือกับปริมาณฝนในระดับปกติ เมื่อเจอกับฝนที่รุนแรงระดับ 300 ปี ระบบจึงล้มเหลว
- พื้นที่คอนกรีต การขยายตัวของเมืองและการสร้างอาคารที่เพิ่มขึ้น ทำให้พื้นที่ซึมซับน้ำตามธรรมชาติลดลง น้ำจึงไหลหลากเข้าท่วมพื้นผิวถนนและตัวเมืองได้อย่างรวดเร็ว
- โครงสร้างเมืองเกินขีดจำกัด ระบบระบายน้ำเดิมถูกออกแบบมารับมือกับปริมาณฝนในระดับปกติ เมื่อเจอกับฝนที่รุนแรงระดับ 300 ปี ระบบจึงล้มเหลว

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568 สถานการณ์และผลกระทบ (อัปเดต ณ วันที่ 26 พ.ย. 2568)
- ความรุนแรง เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถูกระบุว่า รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี หรืออาจจะเป็นประวัติการณ์
- พื้นที่ได้รับผลกระทบ น้ำท่วมครอบคลุมหลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสงขลา (อ.หาดใหญ่) และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สตูล และนราธิวาส
- การจัดการ รัฐบาลได้ยกระดับการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) และมีการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัด
- ความช่วยเหลือ มีการระดมกำลังพลและอุปกรณ์จากทหาร (เช่น เรือหลวงจักรีนฤเบศร ถูกปรับเป็นฐานบิน/ครัว/โรงพยาบาลลอยน้ำ) และทีมกู้ภัยจากทั่วประเทศ เพื่อเร่งอพยพผู้ประสบภัยและส่งมอบอาหาร/น้ำดื่ม ให้กับผู้ที่ติดค้าง
- ความสูญเสีย มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด และมีการคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจในหลัก หลายร้อยล้านบาท
อัพเดตสถานการณ์ กับ SANOOK
เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินและหน่วยงานหลัก
| หน่วยงาน | เบอร์โทรศัพท์ | หมายเหตุ |
| ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) | 1111 กด 5 | สายด่วนกลาง |
| กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) | 1784 | แจ้งเตือนภัยและขอความช่วยเหลือหลัก (โทรฟรี/24 ชม.) |
| สายด่วนกู้ภัย | 1163 | |
| ร่วมด้วยช่วยกัน | 1677 | |
| บริการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ | 1669 | กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน |
| สภากาชาดไทย | 1664 |
ช่องทางติดตามสถานการณ์
| หน่วยงาน | เบอร์โทรศัพท์/ช่องทาง | |
| กรมอุตุนิยมวิทยา | 1182 | ตรวจสอบสภาพอากาศ |
| กรมชลประทาน | 1460 | ติดตามสถานการณ์น้ำ |
| LINE Traffy Fondue | @traffyfondue | แจ้งปัญหาน้ำท่วม |
แหล่งอ้างอิง





